30
Jul
ทีมที่แข็งแกร่ง: แสงและสี
ทำไมเราจึงรู้สึกสบายในบางห้อง แต่กลับไม่สบายในบางห้อง? บ่อยครั้งสาเหตุมาจากการใช้แสงและสีอย่างชาญฉลาด: ทั้งสองปัจจัยมีอิทธิพลอย่างมากต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเรา ส่งผลต่ออารมณ์และนาฬิกาชีวภาพภายในร่างกาย ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะมนุษย์รับรู้ข้อมูลทางประสาทสัมผัสถึง 80 เปอร์เซ็นต์ผ่านทางดวงตา แสงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแสงทำให้มองเห็นสีได้ตั้งแต่แรก ชาวอียิปต์โบราณก็รู้ถึงพลังของสีและแสงแล้ว พวกเขาจัดทำ “วิหารแห่งสี” ที่มีห้องซึ่งตกแต่งด้วยสีสันแตกต่างกัน และชาวจีนก็แขวนผ้าไว้หน้าต่าง เพื่อให้แสงสีช่วยรักษาผู้ป่วยให้หายเร็วขึ้น ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันว่า: แสงสีช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารที่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น เป็นการเติมพลังให้จิตใจที่สามารถนำมาใช้ในบ้านของตัวเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยสีทาผนังและแสง เราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศของห้องได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น สีโทนอุ่นที่ให้ความสงบในห้องนอนช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นน่านอน ซึ่งสามารถเน้นย้ำได้มากขึ้นด้วยแหล่งกำเนิดแสงที่เหมาะสม ในห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร สีโทนอุ่นก็กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้เช่นกัน ขณะที่ในห้องน้ำมักใช้สีโทนเย็นและสดชื่นเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย เพียงเติมลูกเล่นเล็กน้อยก็ช่วยเพิ่มความสดใหม่ให้บ้านได้แล้ว: อาจเป็นโคมไฟ LED แบบเคลื่อนย้ายได้ ที่เปลี่ยนผนังสีขาวเรียบให้กลายเป็นแสงสีชมพูอมม่วงในยามค่ำคืน หรืออาจเป็นผนังสีเพียงด้านเดียวที่ช่วยแบ่งสัดส่วนห้อง และถูกขับเน้นด้วยโคมไฟส่องผนัง สปอตไลท์ตั้งพื้น หรือสปอตไลท์เพดาน โดยมีหลักว่า: ยิ่งเฉดสีเข้มและจัดมากเท่าไร ผู้มองก็จะยิ่งรู้สึกว่าสีนั้นอยู่ใกล้มากขึ้นเท่านั้น และมันก็จะยิ่งดูดกลืนแสงมากขึ้นด้วย ดังนั้น ผนังสีขาวจึงสะท้อนแสงได้มากถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผนังกรุไม้สีอ่อนยังสะท้อนแสงได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ เกร็ดน่ารู้: การที่หลอดไฟถ่ายทอดสีของสภาพแวดล้อมได้สมจริงเพียงใด ขึ้นอยู่กับระดับการแสดงผลสีของมัน สำหรับพื้นที่อยู่อาศัย ดัชนีการแสดงผลสีของหลอดไฟควรมีค่าอย่างน้อย Ra = 80
